What do you like most about your job?

3년 전

เพื่อนหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักแอนว่า(เคย)ทำอาชีพอะไร หรือทำงานอะไร วันนี้เลยมาเล่าถึงประสบการณ์ทำงาน แล้วมาจบที่งานที่ทำอยู่ปัจจุบันได้อย่างไรกันค่ะ

บริษัทนี้เคยทำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นบริษัทวิศวกรเกี่ยวกับพลังงานสีเขียว (พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และก๊าซชีวภาพ) ตอนที่เข้าไปทำตำแหน่งแรกคือพนักงานเปิดประตู 555 เป็นพนักงานรีเซฟชั่นนั่นละค่ะ คอยกดปุ่มเปิดประตู ต้อนรับแขกที่เข้ามาเป็นลูกค้าของบริษัท คอยรับโทรศัพท์ต่างๆ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาคนทั่วๆ ไป 555 คือมันก็มีบ้างที่บางท่านโทรมาแล้วคุยไม่รู้เรื่องก็จะโอนไปให้หัวหน้าช่วยคุย อะไรประมาณนี้ พอทำไปซักพักก็ได้เลื่อนตำแหน่ง ย้ายโต๊ะเข้าไปด้านใน คอยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายบุคคล แล้วก็มาทำด้านไอที ที่คอยวิ่งวุ่นทั้งออฟฟิศเพราะเดี๋ยวคนนั้นเปิดคอมไม่ติด(คือลืมเสียบปลั๊ก) ปริ้นงานไม่ออก ติดไวรัส ลงโปรแกรมเพิ่ม ย้ายโต๊ะ ย้ายปลั๊ก คือห้ามใส่กระโปรงเลยเพราะต้องมุดโต๊ะ ก้มๆ เงยๆ เลยต้องใส่กางเกงแบบแมนๆ นี่ล่ะ จากที่ไม่ค่อยได้ใช้ความรู้ตอนเรียน (ซึ่งเรียนจบมาทางด้านอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์) ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะมีผู้หญิงเรียนเพราะงานมันไม่ค่อยจะมีให้ผู้หญิงทำ เพิ่งมาลุยเต็มที่ก็ตอนเริ่มทำงานแล้วค่อยๆ ปรับใช้นี่แหละ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ หาความรู้จากประสบการณ์จริง จนได้เป็นเจ้าหน้าที่แอดมินฝ่ายไอที ต้องคุยกับตู้เซอร์ฟเวอร์ในวันที่เค้าหยุดกัน เพราะฝ่ายอาคารจะปรับปรุงระบบไฟ แล้วห้องเซอร์ฟเวอร์ต้องมีคนคอยรีบูทมัน เพื่อที่ฝ่ายขายเค้าจะได้ทำงานกันออนไลน์ต่อ (แม้ในวันหยุดก็ห้ามหยุด ถ้าใครเคยทำฝ่ายขายที่ต้องติดต่องานกับต่างประเทศจะค่อนข้างถึก) หลังจากทำงานมาได้ 4 ปี เกือบๆ 5 ปี บริษัทเกิดขาดทุนหนัก เลยมีการค่อยๆ จ้างพนักงานออก เราก็เป็น 1 ในนั้น












หลังจากนั้น ก็ลั้ลลาหางานใหม่ไปประมาณ 1 เดือน หัวหน้าเก่าฝ่ายวิศวกรก็เรียกให้ไปทำด้วยกันแต่เป็นบริษัทของคนเกาหลี




♣️♣️♣️♣️


เป็นคนที่โชคดีตอนที่ทำงานบริษัทเก่า เราไม่เกี่ยงงาน ช่วยงานได้หมดทุกฝ่าย​ (อยู่สังกัดฝ่ายบุคคล แต่รับจ๊อบทำเอกสารฝ่ายบัญชี ฝ่ายวิศวกรก็ช่วยทำจัดซื้อประสานงานส่งของวางบิล ฝ่ายไอทีก็ช่วยจนจำไม่ได้ว่าตัวเองทำตำแหน่งอะไร เพราะถือว่าเราได้ฝึกทักษะของตัวเอง เอามันให้รู้ทั้งบริษัทเลยว่าแต่ละคนเค้าทำงานอะไรยังไง จนข้อดีนั้นแสดงผล ที่หัวหน้าฝ่ายวิศวกรที่ทำบริษัทก่อนนั้นเรียกให้ไปช่วยงานที่บริษัทใหม่ แต่คราวนี้เป็นระดับหัวหน้า เราก็ทำงานมาเอง ลุยเองหมด ไม่เคยสั่งงานใครมาก่อนเลยยังไม่มีความแก่กล้า แต่โชคดีเจ้านายคนเกาหลีใจดี และเป็นกันเองมาก เลยทำงานโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหัวหน้า-ลูกน้อง ทำงานกับเพื่อนๆ ในฐานะพี่และเพื่อนมากกว่า แต่เราก็เติบโตขึ้นเนื่องจากหน้าที่ที่ต้องดูแลหลายฝ่าย ณ​ ตอนนั้นบริษัทนี้ยังไม่มีระดับหัวหน้า (manager) ของฝ่ายธุรการ ฝ่ายบุคคล ฝ่ายไอทีสารสนเทศ และฝ่ายจัดซื้อ เลยสมัครตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายธุรการไป ได้เงินเดือน 2 เท่าจากบริษัทเดิม แต่ได้ของแถมเพิ่มคือ ได้ 4 ตำแหน่งรวด สรุปไปไม่รอด เพราะบริหารเองไม่ไหว ไม่ได้เป็นมืออาชีพ เลยขอเจ้านายไปว่าเงินเดือนไม่ขอเพิ่มนะ แต่ขอลดงาน สมัครมาตำแหน่งเดียว ทำไมแถมให้อีกตั้ง 3 ตำแหน่ง มันบ่ไหวจริมๆ เท่านั้นยังไม่พอ .... พอหุ้นส่วนจากเกาหลีมาดูงานที่ไทย แวะมาเยี่ยมเยียนที่ออฟฟิศ หลังจากไปเยี่ยมชมไซต์งานโซล่าเซลล์แล้ว ได้รับคำสั่งว่า พนักงานออฟฟิศเยอะเกินไป ให้ลดพนักงานหน่อย 1 ในนั้นก็คือข้าพเจ้าด้วยเช่นเคย แต่ก็มีพนักงานท่านอื่นๆ ที่ทยอยออกด้วย เพราะคนเยอะกว่างาน (ซะงั้น) หลังจากนั้นเลยหันหลังให้วงการงานประจำพวกงานบริษัทเลย และหนีไปเที่ยวเวียดนามเกือบเดือน แล้วค่อยมาเริ่มหางานใหม่ แต่ระหว่างนั้นก็รับจ๊อบสอนภาษาไทยให้กับฝรั่ง ได้ชั่วโมงละ 300 ร้อยบาทก็ได้ค่าข้าวอยู่หลายวันอยู่นะ 555

♣️♣️♣️♣️

ส่วนงานนี้เป็นงานที่สนุก เพราะเป็นจ๊อบที่รับตอนช่วงปิดเทอมมหาลัยปี 3 ตอนไปฝึกงานก็ได้รู้จักกับพี่ที่เค้าทำพวกแสตมป์ส่วนบุคคล คือเอารูปถ่ายของเราเนี่ยแหละ ปริ๊นออกมาเป็นแสตมป์ที่ใช้งานได้จริงๆ งานก็จะมีไปออกบูทตามที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ก่อน รวมทั้งงานกาชาดด้วย บริษัทก็เปิดโรงแรมให้ไปนอนค้างกับเพื่อนที่ไปด้วยกัน จนหมดงานกาชาดแล้วกลับห้อง ปรากฎว่าห้องโดนงัด 555 โจรก็เนาะ ได้ลำโพงคอมไปคู่นึง มีล็อกกุญแจคืนให้ด้วย แต่ก็ยังต้องรับจ๊อบต่อเพื่อความอยู่รอดของปากท้อง จนเริ่มคล่องแล้ว บริษัทก็มีจ๊อบให้ไปต่างจังหวัดด้วย อยุธยา จันทบุรี ประจวบฯ​ ก็เริ่มสนุกทั้งงาน และได้เที่ยวต่างจังหวัดไปในตัว งานนี้ได้ใช้ทักษะในการติดตั้งปริ๊นเตอร์เครื่องใหญ่ขนาดสำนักงาน ทักษะการใช้โปรแกรมโฟโต้ชอป ทักษะการใช้กล้องถ่ายภาพ ทักษะงานขาย และการตลาด สรุปคือได้ความรู้เพียบ แถมได้ตังค์อีก

♣️♣️♣️♣️

ส่วนภาพสุดท้าย เป็นกิจกรรมที่บริษัทได้จัดขึ้นเพื่ออาสาสมัครได้ร่วมกันทำความดีให้กับโรงเรียนในชนบท ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นอาสาสมัครครั้งนั้นด้วย คือการทาสีใหม่ให้กับโรงเรียนนั้น ทำอาหารให้เด็กในโรงเรียนทาน เป็นโรงเรียนเล็กๆ เด็กๆ ก็น่ารักให้ความร่วมมือช่วยเหลือทั้งทาสี และช่วยทำอาหารด้วย

♣️♣️♣️♣️

แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ งานที่แตกต่างจนเรซูเม่มันแปลกและพิลึก เช่นงานบริการเคาท์เตอร์เซอร์วิสของฮิวเลตต์-แพคการ์ดในไทย พนักงานคอลเซ็นเตอร์ของบั๊ก 1113 พนักงานแคชเชียร์ของร้านอาหารฝรั่งเศส ฯลฯ ที่แปลกคือคนส่วนใหญ่ เค้าจะมีแต่ประสบการณ์ทำงานที่คล้ายๆ กันในเรซูเม่ แม้ว่าจะเปลี่ยนงานเปลี่ยนบริษัทใหม่แล้ว


จนเมื่อปีที่แล้วงานประจำล่าสุดคือ ผู้ช่วยครูประจำชั้น ป.5 ของโรงเรียนอินเตอร์ ที่ต้องมีผู้ช่วยครู เพราะเด็กยังต้องมีเหมือนพี่เลี้ยงคอยเป็นสื่อกลางให้ระหว่างเด็กกับครูชาวต่างชาตินั่นเอง ก็ทำอยู่ 1 ปี ต้องย้ายตามแฟนมาที่ฮานอยตามคำเรียกร้อง แต่เนื่องด้วยสัญชาติไทย ค่อนข้างมีข้อจำกัดในการร่วมงานด้านการศึกษาที่ฮานอย เลยไม่ได้มีโอกาสเข้าทำงานในโรงเรียนกับเด็กๆ อีก เลยผันตัวเองมาทำงานอิสระด้านงานออกแบบกราฟฟิคนั่นเอง ยังไม่ได้เป็นมืออาชีพหรอกค่ะ เพียงแต่มันก็เป็นรายได้ส่วนหนึ่งในตอนที่เราไม่ได้ทำงานประจำ ตอนนี้ก็มีความสุขดีตามอรรถภาพ 🤣 ขอแค่ไม่มีหนี้ก็สุขที่สุดแล้วค่ะ

ภาพสมัยแต่งหญิงทำงานบริษัท 555


สภาพตอนหอบงานไปทำที่บ้าน

ภาพตอนทำงานกับเด็ก เล่นกับเด็กมากเกินไปเลยออกมาเป็นแบบนี้


ภาพนี้เป็นการไล่ล่าเด็ก ป.3 ตอนไปปั่นจักรยานที่สวนรถไฟ เด็กน้อยคนนี้มาจากเกาหลี เค้าอยากปั่นจักรยานรอบสวนด้วยตัวเอง เลยต้องเป็นพี่เลี้ยงคอยไล่ตามห่างๆ เพื่อความปลอดภัย

สรุปแล้ว ไม่ว่าอาชีพไหน ก็ทำให้แอนมีความสุขได้หมด เพราะแอนสนุกกับมัน เต็มที่กับงานที่เรารัก งานที่เราได้รับโอกาส งานที่เราไม่ได้เรียนมา แต่เมื่อโอกาสอยู่ข้างหน้า มันคือประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่เราได้รับ ความสุขที่ได้ทำงาน เพราะเราไม่เลือกงาน ไม่เกี่ยงเงินน้อย ไม่คอยวาสนา อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย

Authors get paid when people like you upvote their post.
If you enjoyed what you read here, create your account today and start earning FREE STEEM!
STEEMKR.COM IS SPONSORED BY
ADVERTISEMENT
Sort Order:  trending

อาชีพหลายอย่างมากเลยครับคุณแอน เก่งมากเลยครับ

·

ขอบคุณค่ะคุณเย ยังไม่ถือว่าเก่งค่ะ เป็นโอกาสที่ได้รับเพื่อเรียนรู้งานและสะสมประสบการณ์มากกว่า แต่ถ้าถามว่าถนัดงานด้านไหน ตอบ "ไม่รู้ค่ะ ทำได้หมด"​ 555

ประสบการณ์เยอะดีครับคุณแอน ว่าแต่เราเคยเจอกันที่ไหนอีกหน้า

·

ต้องลองขุดประวัติพี่ชาติ ไม่แน่เราอาจจะเคยร่วมงานกันที่ไหนสักแห่งแน่นอน 555

ประสบการณ์มากมายหลากหลายมากค่ะคุณแอน ชื่นชมในความสามารถค่ะ 👍👍👍

·

ขอบคุณมากค่ะคุณโบว์ ต้องขอบคุณโอกาสที่หยิบยื่นมาให้ค่ะ

มีประสบการณ์การทำงานเยอะและหลากหลายมากเลยค่ะ ส่วนตัวขอเลือกงานที่ทำแล้วมีความสุขก็พอค่ะ

·

แอนได้รับโอกาสนั้นมา จากความสุขที่ได้มีส่วนร่วมทำงานกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มีวุฒิภาวะที่ดีค่ะ เพราะถ้าเราทำงานด้วยความสุข หัวหน้าก็จะเห็นว่าเราตั้งใจจริงๆ

ถือว่าเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าก็มีส่วนในการผลักดันให้เราได้ทำงานอย่างมีความสุขเช่นกันค่ะ

ขอบคุณเรื่องเล่าของน้องแอนค่ะน้องแอนเก่งมาก ประสบการณ์ชีวิตที่ยอดเยี่ยมมาก ชื่นชมค่ะ😚❤👍

·

มันเยอะไปหมดค่ะพี่อ้อม จนไม่รู้ว่าตัวเองถนัดด้านไหน ไปสัมภาษณ์งานก็จะเจอคำถามตลอด ว่าคุณถนัดอะไร 555 หนูไม่เก่งหรอก แต่หนูสู้งาน หรือถึกประมาณนั้น 555

@mcmonkey ว้าว ประสบการณ์หลากหลายมากเลยจ้า สนุกดีเนาะได้สัมผัสงานหลายๆแบบ แต่ขำเปิดคอม ปริ้นงานไม่ออกเพราะ userลืมเสียบปลั้กเองนี่แหละ 😊

·

ขอบคุณมากๆ ค่ะที่เข้ามาติดตาม แอนสนุกกับงานทุกรูปแบบเลยค่ะ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้ความเมตตาและมอบโอกาสเหล่านั้นให้ค่ะ 😊